| ผู้สอน | วันเวลาเรียน | ห้องเรียน | รูปแบบ |
|---|---|---|---|
PSW | THU 09:00 - 12:00 | PREML 214 | LECT |
| ผู้สอน | วันเวลาเรียน | ห้องเรียน | รูปแบบ |
|---|---|---|---|
PSW | THU 13:00 - 16:00 | PREML 214 | LECT |
| ผู้สอน | วันเวลาเรียน | ห้องเรียน | รูปแบบ |
|---|---|---|---|
JKS | MON 09:00 - 12:00 | PREML 202 | LECT |
| ผู้สอน | วันเวลาเรียน | ห้องเรียน | รูปแบบ |
|---|---|---|---|
STAFF | IA IA - IA |
| LECT |
ภาพรวม
ให้เลย 5/10 เหมือนมีระเบียบการสอนกำหนดมานะ แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับอาจารย์อยู่ดี อาจารย์คนละคนสอนกันคนละขั้วเลย สื่อการสอนก็ไม่เหมือนกันแล้ว เซ็คที่เราได้อาจารย์ไทย ใช้หนังสือฉ่ำ ใช้คุ้มเลยหล่ะ ได้เรียน grammar ทำแบบฝึกเยอะมากกก สอนเต็มเวลาคุ้มค่าเทอมสุด งานที่ทำคือขึ้นกับดุลยพินิจของอาจารย์สุด ๆ ได้อาจารย์ที่ยืดหยุ่นก็เอ สบาย ได้อาจารย์เคร่งก็ปวดหัวเลยแหละ
เนื้อหา
เทอมต้นจะเน้น reading กับ writing
ส่วน reading พอเข้าใจได้อะ สอนฟีลเทคนิคทำข้อสอบ ทริค Skimming Scanning เน้นทำไว ทำถูก ซึ่งก็งงว่ามันไปใช้จริง ๆ นอกจากการทำข้อสอบได้ไหมนะ จะมีสักกี่ครั้งที่คนจะมานั่งจับเวลาให้เรารีบอ่านอะไรสักอย่างแล้วมาถามคำถาม
ส่วน writing คืองงว่า เรียนไปทำไม? มันจะมี pattern ที่ชัดเจนเลยว่าเราต้องเขียนแบบนี้ๆๆ มันยากนะสำหรับคนที่ไม่ค่อยถนัดอังกฤษ เพราะแค่ grammar นิดๆหน่อยๆ อาจารย์เราหักฉ่ำเลย กลางภาคมันจะเป็น narrative paragraph แบบเล่าเรื่อง ซึ่งอันนี้ก็มี pattern แต่มันค่อนข้างยืดหยุ่นมีอิสระให้เขียนตามที่อยากเล่าบ้าง.. แต่ปลายภาคคือ opinion paragraph อันนี้แอบตลกเลยล่ะ เป็นการเล่าตามความเห็นที่แบบ ต้องขึ้นว่า There are three reasons why.... ละก็บรรยายสิ่งที่เราคิดว่าทำไมเป็นอย่างนั้น ก็ต้องสาธยายให้ได้ 3 เหตุผล ก็จะมีหลักเลยว่าควรจะ first, .. secondly, finally... ละต้องปิดท้ายด้วย in conclusion... ตามด้วยความเห็นแบบ paraphase จากหัวข้อที่เราเขียน for three reasons due to ... ตามด้วย noun phase สามเหตุผลที่เราอ้างมา ห้ามเป็นประโยคต้องเป็นนามวลีเท่านั้น คือตลกปะ แบบ...อืม มันเอาไปใช้ทำไรได้ถามจริง โอ๊ย
คำแนะนำ
เช็คชื่อนะจ้ะห้ามโดด แนะนำให้ทำคะแนนเก็บดี ๆ writing practice คือเขียนเองละให้ AI ช่วยแก้ช่วยแนะนำเลย เก็บคะแนนให้มากที่สุด writing quiz มันเป็นสอบคู่ก็เลือกเพื่อนดี ๆ นัดซ้อมเขียนกันสักรอบก่อนสอบก็จะดีมาก ละต้องถูกตาม pattern ที่เขากำหนดนะ รายละเอียดมันเยอะมากลองจดๆดู ห้ามใช้ quotation เอยอะไรอะ ไอฟันหนูอะ "-" ส่วน opinion paragraph ห้ามใช้ personal pronoun ที่ 1 และ 2 ละอื่นๆ อีกเยอะมากกกระวังไว้ งาน CULI งาน out of class ก็ไม่ยาก แต่เขียนดีๆ เขียนน้อยเขียนมั่วโดนหักนะจ้ะ สุดท้ายคือ presentation อันนี้เลือกเพื่อนดี ๆ เลย เขาสั่งมาให้รายละเอียดมารีบประชุมนัดทำสไลด์แต่เนิ่น ๆ ละต้องซ้อมอย่างน้อย 1 ครั้งจะได้ไม่พลาด ทำครบตามนี้ก็แทบจะ B+ ละ ไปตัดกันในห้องสอบ ไม่ต้องอ่าน ฝึก writing ไปเยอะ ๆ แอบจำศัพท์ยาก ๆ หรือคำเชื่อมไปใช้ได้จะดีมาก สู้ ๆ นะ :)
สรุปเป็นวิชาอังกฤษธรรมดาๆพัฒนา 4 ด้านเอง แต่เอาจริงๆคือ น่าเบื่อออออออออออออออออ ยืดยาวประมาณ 3 ชม.ที่เรียน
การแจ้งและส่งงานอยู่บน Google Classroom อาจารย์เป็นชาวต่างชาติครับ ใจดี สบายๆ ไม่ได้เคร่งครัดมาก และสอนเข้าใจดีครับ
มารีวิวการเรียน Exp Eng I กันครับ
ก่อนกลางภาค
-เริ่มจากสอนเรื่องกลยุทธ์การอ่าน (Reading Strategies) มีเทคนิค Skimming & Scanning, Pronoun Reference, Guessing Meaning, Making Inferences
-เขียน Narrative Paragraphs เขียนการเล่าเรื่องประสบพบเจอในชีวิต
-อาจารย์จะยกหัวข้อมาแล้วก็ฝึกเขียน พิมพ์บน Google Docs ได้ ใช้ AI ได้แต่ไม่ควรก็อปโดยตรงดีกว่า ช่วงที่ให้อาจารย์ฝึกเขียนจะไม่เก็บคะแนน
-เก็บคะแนน Writing Practice (ทำเป็นกลุ่ม ใช้หาข้อมูล หรือ ใช้ AI ได้) และ Writing Quiz (สอบเขียนของจริง ห้ามเปิดโทรศัพท์หาข้อมูล เขียนบนกระดาษ ใช้ดินสอหรือปากกาเขียนได้)
-สอนบนหนังสือจาก VOICES 6 Unit 1&2 สอนแค่คิดวิเคราะห์ คำศัพท์ Grammar
หลังกลางภาค
-ทำงานกลุ่ม (กลุ่มละ 4-5 คน) พรีเซนต์เป็นภาษาอังกฤษ (ของปีเราพรีเซนต์เรื่องเสนอโปรแกรมไปเที่ยวต่างจังหวัดภายใน 1 วัน)
-เขียน Opinion Paragraphs เขียนความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่จากหัวข้อพร้อมเหตุผลประกอบ
-อาจารย์จะยกหัวข้อมาแล้วก็ฝึกเขียน พิมพ์บน Google Docs ได้ ใช้ AI ได้แต่ไม่ควรก็อปโดยตรงดีกว่า ช่วงที่ให้อาจารย์ฝึกเขียนจะไม่เก็บคะแนน
-เก็บคะแนน Writing Practice (ทำเป็นกลุ่ม ใช้หาข้อมูล หรือ ใช้ AI ได้) และ Writing Quiz (สอบเขียนของจริง ห้ามเปิดโทรศัพท์หาข้อมูล เขียนบนกระดาษ ใช้ดินสอหรือปากกาเขียนได้)
-สอนบนหนังสือจาก VOICES 6 Unit 3&5 สอนแค่คิดวิเคราะห์ คำศัพท์ Grammar
สอบกลางภาคและปลายภาค : Reading 15 ข้อ และ Writing ให้เลือก Topics 1 ใน 2 (ทั้ง Reading และ Writing ครอบคลุมหัวข้อที่เรียนบนหนังสือ VOICES 6)
สรุปสิ่งที่ต้องทำงานส่ง
-งานกลุ่มพรีเซนต์
-Reflections for Out-of-Class Activities : เขียนว่ารีวิวที่ทำกิจกรรม, enjoy กับกิจกรรมไหม, และประโยชน์ทางสกิลภาษาอังกฤษได้อะไรบ้าง จะมีงานย่อยอยู่ 2 งาน
1.ทำกิจกรรมของ CULI : ต้องจองก่อนทำกิจกรรม จะมีกิจกรรมหลากหลายที่น่าทำ (ถ้าใครอยากทำของ English Club รีบจองก่อนดีกว่า จะเต็มไวมาก)
2.ทำกิจกรรมด้วยตนเอง : ทำอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับการฝึกภาษาอังกฤษเข้าไปด้วย
คะแนน
-การเข้าเรียนและการมีส่วนร่วม 10% (เข้ามาก่อนเวลาจะดีกว่า ถ้ามาสายจะไม่เช็คชื่อให้)
-งานพรีเซนต์ 10%
-Writing Practics 10% (มี 2 งาน งานละ 5%)
-Writing Quizzes 10% (มี 2 งาน งานละ 5%)
-Out-of-class activities and reflections 10% (กิจกรรมของ CULI 5% + กิจกรรมทำเอง 5%)
-สอบกลางภาค 25%
-สอบปลายภาค 25%
ตัดเกรดอิงเกณฑ์ที่โครต suffer มาก ตัด A ที่ 85 F ที่ 55 แต่ไม่ต้องไปเครียดฝังใจมากหรอก เพราะต่อให้ถนัดหรือชอบอังกฤษแล้วยังไม่ได้ A เลย และเราไม่ชอบแนวทางการสอนวิชา Exp Eng I วิชานี้สักเท่าไหร่จริงๆ เพราะฉะนั้นไปเก็บเกรดวิชาอื่นดีกว่า 555+
EXP ENG I is a core course for almost every faculty, except for Arts and Medicine. The experience really depends on whether you get a Thai or an international instructor. You'll cover the basics—reading, writing, listening, and speaking— and yes, attendance is mandatory.
I was in Section 101 with a Thai lecturer. To be honest, I wasn't a big fan because they went off-topic way too often. On the bright side, they were quite lenient when grading the paragraph writing and group presentations. Getting an 'A' is much harder here than in other subjects; if you’re already fluent, you’ll be fine, but with my intermediate skills, I just managed to get by. The exams are mostly multiple-choice for both the midterm and final. For the writing parts, the midterm was about sharing an experience, while the final focused on expressing an opinion.
Assessment:
85 <= A < 100 , 80 <= B+ < 85 , 5 <= B < 80 , 70 <= C+ < 75 , 65 <= C < 70 , 60 <= D+ < 65 , 55 <= D < 60 , 0 <= F < 55
Evaluation:
เรียนทําไมเอ่ย ไม่ค่อยได้อะไรจากการเรียน นอกจากความจุกจิกของสถาบันภาษา กับงานที่อีหยังวะ
ก็จะเป็นวิชาที่เรียนทั้ง 4 skills เลยทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน โดยจะเรียนในหนังสือ Evolve 5 เรียนเฉยๆอ่ะ ไม่เกี่ยวอะไรกับงานต่างๆ เพราะว่าจะมีหนังสือที่ทาง CULI ทําให้ใช้เรียนด้วย หลักๆที่เน้นในห้องก็จะเป็น writing กับ speaking พาร์ท writing ก็จะได้เขียน paragraph 2 ประเภท คือ opinion paragraph (เขียนแสดงความคิดเห็น) และ narrative paragraph (เขียนเล่าเรื่องตัวเอง) ก็ยากแหละสําหรับคนที่ไม่เคยเขียน แต่ก็จะชินไปเอง พาร์ท speaking ตอนมิดเทอมคือให้ทําทริปพานักเรียนแลกเปลี่ยนในอุดมคติไปเที่ยว ตอนไฟนอลคือทําโปรเจครักโลกอะไรสักอย่าง คือผ่านมานานมากแล้วจําไม่ได้ ทั้งสองงานเหมือนกันคือเป็นงานกลุ่ม และพรีเซ้นเป็นภาษาอังกฤษ ตอนนั้นเครียดพอจะต้องพรีเซ้นอิ้ง การสอบก็จะสอบ reading กับ writing อยู่ที่ดวงจริงๆว่าจะได้หัวข้ออะไรตอนสอบ แล้วก็จะมีงาน out of class ที่จะให้เราไปทํากิจกรรมอะไรก็ได้ 2 กิจกรรมแล้วเอามาบันทึกว่าได้อะไรบ้าง อันนี้ชิลๆทําอะไรก้ได้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ โดยรวมแล้วเรียนๆไปเพื่อเก็บหน่วยกิตให้ครบ วิชานี้เลือกอจ.ไม่ได้ ทําได้แค่ทําบุญขอให้เจออจ.ดีๆ นอย
ได้ความรู้เพิ่มแค่การเขียน ปล่อยเร็วช้า เกรดดีไม่ดีขึ้นกับอาจารย์
ความสนุกของคลาส : { 😀😀😀😀😀 } #สำหรับ sec18 อาจารย์สอนสนุกมากกกกกกกความยากของเนื้อหา : { 🔥🔥⬜⬜⬜ }ปริมาณ Assignment : { 📄📄📄⬜⬜ }ความเอาใจใส่นิสิต : { 👍🏼👍🏼👍🏼½ ⬜ }ตัด A : { 85% } ตัด F : { 55% }
Overview
ก็หลักๆ จะเรียนและพัฒนา skills ภาษาอังกฤษ ทั้งการ ฟัง พูด อ่าน เขียน ซึ่งงานก็จะแบ่งเป็นงานเขียน (เทอมนี้จะเขียน 1. Narrative Writing อันนี้ไม่ยาก ซึ่งก็จะได้ฟีลเล่าประสบการณ์ชีวิตในสมัยเด็กๆ หน่อย5555 กัน 2. Opinion Essay อันนี้ฟีลเขียนแสดงความคิดเห็นกับ Prompt ที่กำหนด พร้อมยกตัวอย่างประกอบ ก็จะยากกว่าอันแรกนิดน่อย) และงานพูด (รอบนี้จะเป็นงานกลุ่ม จะได้ทำ 1 Day Trip Proposal ให้นิสิตต่างชาติทิพย์ 20 คน ซึ่งก็จะต้องทำ Slide ประกอบและนำเสนอในห้องไม่เกิน 10 นาที/กลุ่ม)
สำหรับ Sec 18 บรรยากาศคลาสโดยรวมถือว่าสนุกมาก อาจารย์ใจดี ให้คำแนะนำในการทำข้อสอบ/งานเขียนได้ดีเยี่ยมเลย แต่ไปลองถามเพื่อนที่เรียน Sec อื่นๆ มา บางคนก็บอกว่าอาจารย์ Strict บ้างก็บอกว่าให้คะแนนยาก ซื่งเอาตรงๆ มันก็แล้วแต่ดวงด้วยแหละว่าจะเจออาจารย์ใจดีหรือไม่ แนะนำว่าถ้าเจออาจารย์ที่คิดว่า Strict หรือให้คะแนนยาก แนะนำให้รีบทำเรื่องย้าย Sec เลยครับ
อีกงานหนึ่งที่ทุกคนจะได้ทำ คือ Out of class activity ซึ่งจะแบ่งเป็นสองส่วน คือทำกิจกรรมกับทาง CULI และเลือกทำกิจกรรมเอง (อันนี้ free style สุดๆ จะฟังเพลงอังกฤษ ดูซีรี่ย์อังกฤษ ได้หมด) ในขณะที่กิจกรรมของ CULI ก็มีหลากหลายเช่นกัน ของเราจะลง Writing Clinic เรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 5 คนเอง อาจารย์ก็สอนเรื่อง Paraphrasing ซึ่งเราเนื้อหาเราว่ายากนิดนึงถ้าไม่มี basic อังกฤษดีพอ แต่อาจารย์สอนดี ไม่ได้ไปไวมาก **สำคัญที่ต้องจองเวลาจากเว็บ https://www.culi.chula.ac.th/th/undergraduate-courses-subject/view/5 ด้วย ไม่มี walk-in และเกือบทุกกิจกรรมจะจัดที่ CULI ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามศาลาพระเกี้ยว (สามารถนั่งรถ CU POP BUS สายใดก็ได้ไปลงได้เลยครับ)
คำแนะนำ
แนะนำแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม
ส่วนตัวลงเซค 53 เรียนในหนังสือ EVOLVE 5 ต้องซื้อเอง มีขายที่ศาลาพระเกี้ยว ส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ชอบและไม่ถนัดการเรียนภาษาต่างประเทศเลย ก็สามารถผ่านวิชานี้ไปได้โดยไม่ยากเย็นนัก (แต่ไม่ได้ A) ถ้าอยากเก็บ A ต้องเน้นทำคะแนนสอบมิดเทอมและไฟนอลให้ได้ 80% ขึ้นไป มีการฝึก Writing หรือ Speaking แทบทุกคาบ (ส่วนตัวไม่จอย) และยังมีงานนอกเวลา ซึ่งต้องแย่งกันจองคิวอีก! โดยรวมแล้วเป็นวิชาที่ไม่ได้เรียนยาก คนส่วนใหญ่มักชอบวิชานี้
สัดส่วนคะแนนและการตัดเกรด
วิชานี้ตัดเกรดแบบอิงเกณฑ์โดย 85 คะแนนขึ้นไปได้ A แล้วเกรดลดหลั่นลงมาทีละ 5 คะแนน ตัด F ที่คะแนนต่ำกว่า 55%
คะแนนส่วนอื่นนอกจากสอบพวก quiz งานกลุ่ม เช็คชื่อ ใกล้เคียงกันทั้ง sec ส่วนใหญ่จะได้ B / พวกได้ A คือพวกที่ทำ midterm, final ได้ 80-90%
เซค 114 อาจารย์ใจดี คุยสนุก เรียนในนส แต่เบื่อๆ มันคือrecapอังกฤษมปลายแหละ งานกลุ่มเยอะมาก!(ไม่ถูกใจสิ่งนี้) กับงานจุกจิก-กิจกรรมนอกเวลา อนส วันหยุดคือไรเรียนชดเชยหมด 6/10 A
(เรียนออนไลน์) เรียนแบบสอนสดทุกคาบ แล้วแต่ว่าอาจารย์ประจำตอนเรียนจะให้ทำอะไรในแต่ละครั้ง แต่จะมีงานหลักทั้งหมด 4 งาน (จากการเรียน 4 บท) งานละ 20 คะแนน (ดูได้ตามประมวลรายวิชาจะมีรายละเอียดทั้งวิธีการทำ เกณฑ์การให้คะแนน ระยะเวลาที่ให้ส่ง) งานทั้งหมดจะเน้นไปทางการเขียน การพูด การฟัง โดยเอาเนื้อหาจากแต่ละบทมาใช้ ในทุกงานจะเป็นอาจารย์ประจำตอนเรียนที่เป็นคนตรวจให้คะแนน แล้วแต่ดวงว่าจะเจออาจารย์ที่เคร่งมาก-น้อยขนาดไหน อีก 20 คะแนนมาจากการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน 5 คะแนน การอ่านหนังสือภาษาอังกฤษนอกเวลา 10 คะแนน (มีหนังสือบังคับอยู่ประมาณ 10 เล่ม เป็น E-book อ่านเมื่อไรก็ได้ แต่จะต้องมาคุยตัวต่อตัวกับอาจารย์ในคาบสุดท้ายใช้เวลาคนละ 5 นาที อาจารย์จะถามเกี่ยวกับเรื่องที่ไปอ่านมา) และการเขียนสะท้อนจากการทำกิจกรรมเสริม 5 คะแนน (ให้ทำกิจกรรมอะไรก็ได้เช่น CULI club, ดูหนัง ฯลฯ แล้วนำมาเขียน essay ตามคำถามที่กำหนด ความยาว 150-200 คำ) เทอมนี้ไม่มีสอบ ตัดเกรดอิงเกณฑ์ A 85 และ F 54
ปล. รายละเอียดงานทั้งหมดมีให้ใน BB