แจ้งปัญหา
CU Get Reg

2104409 IND BUS MGT

การจัดการธุรกิจอุตสาหกรรม
INDUSTRIAL BUSINESS MANAGEMENT
คณะ
คณะวิศวกรรมศาสตร์
ภาควิชา/กลุ่มวิชา/สาขาวิชา
ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
รูปแบบรายวิชา
LECT
หน่วยกิต
3
สอบกลางภาค
TBA
สอบปลายภาค
TBA
เงื่อนไขรายวิชา
-
วิธีการวัดผล
Letter Grade
คำอธิบายรายวิชา (ภาษาไทย)
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับองค์กรธุรกิจอุตสาหกรรม-ห่วงโซ่อุปทาน ทิศทางของโลกและอุตสาหกรรมที่ เปลี่ยนแปลงและปรับตัว การบริหารยุทธศาสตร์ การบริหารนวัตกรรมการบริหารการดําเนินงาน การบริหารและการใช้ประโยชน์ ข้อมูลสารสนเทศ องค์ความรู้ ตลอดจนเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดทําและบริหารโครงการ ภาวะผู้นํา การบริหารการ เปลี่ยนแปลง การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยง คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ ความ รับผิดชอบต่อสังคม การบริหารธุรกิจตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
คำอธิบายรายวิชา (ภาษาอังกฤษ)
Basic knowledge about Organization-Business-Industry-Supply Chain: changed directions of the world and industry and adaptation: strategic management: innovation management: operations management; management and utilization of data / information / knowledge and information technology, project development and management: leadership: change management: human resource management: good governance and risk management: virtue: ethics, code of conduct: social responsibility: business management according to the philosophy of Sufficiency Economy.
Group: A-F ONLY
Sec 1
หมวดวิทย์
87/100
ผู้สอนวันเวลาเรียนห้องเรียนรูปแบบ

WCW

THU 09:00 - 12:00

ENG4 4409

LECT

Group: S/U ONLY
Sec 71
หมวดวิทย์
0/1
ผู้สอนวันเวลาเรียนห้องเรียนรูปแบบ

WCW

THU 09:00 - 12:00

ENG4 4409

LECT

รีวิวของรายวิชานี้

2568 ภาคปลาย
5
จาก 5

วิชาที่เนื้อหา (ของตัวเอง) ไม่ยาก แต่งานหนักที่สุดใน IE... สมชื่อความเป็น "F i n a l e" ของวิชาภาค

การประเมินคะแนน

  • คะแนนเก็บตลอดภาคเรียน ส่วนของการจัดตั้งบริษัท X % (Default X = 60)
  • คะแนนจากอาจารย์ที่สอน, ผู้ประเมินอื่น ๆ อีก (1 - X) %

วิชานี้สอนอะไร???

โดยรวมวิชานี้ เป็นวิชา "ตัวสุดท้าย" ของภาค IE ซึ่งมีประวัติการวางหลักสูตร การออกแบบเนื้อหามาโดยอาจารย์ทั้งภาควิชา, บริษัทที่เป็นรุ่นพี่ที่จบมาแล้วหลาย ๆ ส่วน และเนื้อหาค่อนข้าง Flexible สามารถปรับตัวตามยุคสมัยได้ไวที่สุดในบรรดาวิชาภาค อาจารย์แทบทุกคนในภาควิชายินดีจะช่วย และสนับสนุนการเรียนรู้วิชานี้ทั้งทางตรง และทางอ้อม แม้กระทั่ง "CEO" จากบริษัทอื่น ๆ ที่โคด้วยก็ยินดีจะให้คำแนะนำตลอด

ซึ่งแกนหลักที่จะถูกสอนในวิชานี้ ย้ำว่าเป็นแกน เพราะแต่ละปีจะมีเนื้อหาไม่เหมือนกัน ก็เริ่มตั้งแต่ การทบทวนความรู้และภาพรวมของ IE, การสร้างสะพานเพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงของทุกวิชาที่เรียนกันมา, โครงสร้างองค์กร, การออกแบบ KKD-KPIs-OKRs-Core Values, 11-HPU, แนวคิดเรื่อง Direction & Modernization, การทำ Digitalization, การทำ Policy, การทำ Tokenization ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของวิชานี้ เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่เป็น Highlight ของวิชานี้ในแต่ละปี คือ "การจัดตั้งบริษัทจำลอง" โดยแต่ละปีจะมีตีมที่ไม่เหมือนกัน บางปีก็ร้านขายขนม, บริษัทสัญญาณเครือข่าย, บริษัทปูนซีเมนต์ ฯลฯ ซึ่งในปีนี้.... "ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุ"

บริษัทที่ถูกสร้างทำอะไรบ้าง???

อันนี้ตอบยากมาก ๆ เพราะ ทิศทางของบริษัทและการดำเนินงานทั้งหมดในบริษัทจะถูกขับเคลื่อนโดยเหล่าคณะผู้บริหารระดับสูง (C-Level Executives) และคำชี้แนะเพิ่มเติมของกรรมการที่ปรึกษา (Advisory Board) ซึ่งถูกได้รับเสนอชื่อด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน เช่น ในปีการศึกษา 2568 เนื่องจากเป็นช่วงเลือกตั้งใหญ่ (ในชีวิตจริง) ปี พ.ศ. 2569 เหล่ากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งถูกรับเลือกโดยอาจารย์ที่สอนในฐานะเจ้าของบริษัท ได้ใช้วิธีการจัดทำตู้คูหา บัตรเลือกตั้ง และแบ่งบัญชีรายชื่อออกมาเป็น 4 + 1 ด้าน ( 4 คนสำหรับ C-Level และ 1 คนสำหรับประธานกรรมการที่ปรึกษา ) ซึ่งแต่ละด้านก็มาจากการเสนอชื่อของบรรดาเพื่อน อาจารย์ในภาคนั่นแหล่ะ แล้วสุดท้ายในวันเลือกตั้งที่ถูกกำหนดไว้ เพื่อนทั้งรุ่นมาร่วมกันตามกลไกที่ กกต. จัดไว้ ทั้งนี้หาก C-Level ที่ถูกเลือกทั้ง 4 คนมีมติสมควรว่า C-Level ควรมีมากกว่า 4 เพื่อดำเนินการให้ครอบคลุม ก็จะมีการโหวตเพิ่มเติม หรือทำการเทียบเชิญเพื่อนมาดำเนินงานต่อได้ โดยผ่านมติของอาจารย์ เช่นกัน

ในเมื่อมันคือการจัดตั้งบริษัท เพราะฉะนั้นทุกคนในเซค (ซึ่งเทียบเท่ากับทุกคนในรุ่น) ต้องมีการเข้าสังกัดฝ่ายแยกตามแต่ละ C-Level กันอีก การประเมิน Performance / Collaboration / ... ซึ่งจะนำไปสู่การตัดเกรด (Set ไว้ที่ 60% แต่ HR สามารถต่อรองได้กับอาจารย์ที่สอนได้จะขยับยังไง) ก็จะประเมินกันเองเช่นกัน... ว่า X % ของคน ๆ หนึ่งจะถูกประเมินจากใครบ้าง, หัวหน้าประเมิน?, เพื่อนในทีมเดียวกัน?, เพื่อนนอกทีม? หรือจะให้อาจารย์ที่เคยสอนตลอด 3 ปีในภาคช่วยประเมิน ก็ว่าไป... หรือใช้เครื่องมืออย่าง 360 ก็ได้...

แล้วการดำเนินงานหลัก ๆ ต้องทำอะไรบ้าง...? อันนี้ตอบยากมาก ๆ อย่างที่บอกว่าทุกอย่างจะขึ้นตรงกับ C-Level กำหนด โดยมี Advisory Board ควบคู่กัน แต่ให้ยึดหลักว่า "การทำงานทุกอย่างในวิชานี้ จะถูกพยายามให้นำความรู้ทั้งหมดที่เรียนใน ป.ตรี ออกมาใช้ ความหนัก/เบา ขึ้นกับ C-Level และตัวหัวหน้างานตัวเอง" ทั้งสิ้น

หมายเหตุเพิ่มเติม

  • คะแนนของเหล่า C-Level จะการันตีว่าเกรดต่ำสุดที่จะได้รับ คือ B+ ไม่มีโอกาสที่ต่ำกว่านี้แน่นอน และคะแนนเก็บของ C-Level ที่น้อยที่สุดในรุ่น จะถือว่าคะแนนเป็น Minimum ในการตัดเกรด A ของตำแหน่งอื่น ๆ ในภาควิชา
  • เกรดเฉลี่ยของรุ่น 106 = 3.3x และถูกชมว่ามีการนำ Tools ต่าง ๆ มาใช้อย่างสร้างสรรค์ที่สุดในบรรดารุ่นผ่าน ๆ มา
  • วิชานี้ถือว่าเป็นการประเมินความสำเร็จของการเรียนรู้ของรุ่น ๆ นั้น หากทางผู้สอนประเมินในระดับภาพรวมแล้วว่าการดำเนินการของบริษัทไม่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง นั่นหมายถึงการเรียนรู้ การประสานงาน ผลลัพธ์ ตลอดวิชานี้ ซึ่งเป็นตัวแทนของหลักสูตรรุ่นทั้งหมด ไม่ประสบความสำเร็จ ผู้สอนสามารถให้เกรดทั้งรุ่นได้มากสุด ที่ B ได้ แม้คะแนนจะ Overpower 90/100 เลยก็ตาม (ยกเว้น C-Level ที่จะได้ B+)
  • จัดการเวลาให้ดี ทั้งคนฝึกงาน 2 เดือน และ 6 เดือน เพราะมันจะมีความเหนื่อยและพีคมาก ๆ ตอนเดือนเมษายน ซึ่งอาจหนักเทียบเท่า หรือมากกว่า SIM PROG เลยก็ได้
  • งานทั้งหมดของบริษัท ไม่ว่าจะดำเนินงานฝ่ายไหน ส่วนไหน ทำอะไรมาบ้าง ทั้งหมดจะมีผลต่อเนื่องทั้งเทอม ตลอดถึงงานชิ้นสุดท้าย... แบบ 56-1 (One Report) ที่มีผลอย่างมีนัยยะสำคัญกับข้อสอบไฟนอล และเกรดทั้งรุ่น... ตาม Bullet 3

คะแนนของวิชานี้ที่จะให้ (เต็ม 5 ยิ่งคะแนนมากยิ่งหนัก)

  • ความหนักของงาน = 5 (ผู้เขียนทำงานในตำแหน่ง C-Level มีการประชุมแทบจะทุก ๆ 2 วัน แยกตามบทบาท หัวหน้างานในทีม, ระหว่าง C-Level, ร่วมกับ Advisory Board ตลอดถึงการประเมินคะแนนคนในทีม กว่า 10 คน, การทำงานต่าง ๆ ในบทบาท C-Level และหัวหน้าทีม)
  • Time-Consuming = 100!!! (กินเวลาชีวิตมาก ๆ ใครได้ตำแหน่งงานสูง ระวังอย่ากระทบกับ Senior Project ตัวเอง, ผู้เขียนคำนวณเวลามา คาดว่าใช้เวลา 15 ชม. / สัปดาห์ให้กับวิชานี้)
  • ความรู้ที่ได้ = 4 (มองว่าได้ความรู้พอสมควร เวลาไปสัมภาษณ์งานทำให้เวลาเตรียมตัวก็เตรียมพวก Vision, Mission, Future, .. อะไรพวกนี้ไปเยอะมาก ๆ เจอบริษัทไหน คือต้องอ่านเป็นอันดับแรกเสมอ และติดเป็นนิสัยส่วนตัวด้วย)
  • การสื่อสาร = 10! (ตลอดวิชานี้ แทบจะได้สื่อสารคนเยอะมาก ๆ แทบจะเกินครึ่งรุ่น)
  • Soft Skills = 100!! (หัวใจหลักวิชานี้ คือ อาจารย์อยากมุ่งเน้นไปที่ตรงนี้ ตั้งแต่การทำสไลด์, หลักความเอกภาพของบริษัท, การนำเสนองาน, การติดต่องาน ฯลฯ)

ตัวอย่างความรู้ที่ควรจะนำมาใช้ในวิชานี้

  • COM IT / IE = การเขียนเว็บไซต์, ระบบต่าง ๆ มา Support บริษัท เช่น เว็บไซต์สำหรับจัดเก็บข้อมูลรวม, การออกแบบ Database เพื่อทำ xxxx, ER-Diagram
  • OPN MGT = การทำ Inventory Planning Policy, สารพัด Planning, Forecast Demand
  • Work Design = การทำ Procedure, Swimlane, Flowchart เพื่ออธิบายงานหรือกลไกงานต่าง ๆ ที่ทำในมุมของ Operations
  • Eng Econ & Cost Budget & Business Analytics = การอ่านงบดุล กระแสเงินสด T-account, การคำนวณ Payback Period, NPV, Financial Ratio
  • STAT & OPN RES & ML = การทำ Forecasting Model, Machine Learning ตลอดจนการทำ Decision-Making เพื่อตอบปัญหาบางอย่าง, Data Visualization, Report
  • Safety = หากบริษัทจัดตั้งโรงงาน ควรจะมีการพิจารณาอะไรบ้าง Design ยังไงให้ไม่ผิดกฎหมาย
  • Quality Management = การใช้ 7QC Tools, Pareto Chart เพื่อวิเคราะห์ปัญหา, จัดทำ Risk Analysis, การควบคุมคุณภาพของสินค้าเพื่อลดต้นทุน...
  • วิชาอื่น ๆ ที่เป็นวิชาเลือกในภาคที่เรียนก็สามารถนำไปใช้งานได้เช่นกัน เช่น LOG SCM, STARTEGIC PLANNING, ENG ECON PROFIT, RISK MGT
2
0
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Open Source on
Privacy PolicyPrivacy Preferences